วิธีการดูแลตัวเองหลังการทำจมูกแบบ Close Rhinoplasty
1. งดล้างหน้า
– ห้ามล้างหน้าในช่วง 7-14 วันแรก หรือจนกว่าจะตัดไหม
– ใช้ทิชชู่เปียกสำหรับเช็ดทำความสะอาดใบหน้า และหลีกเลี่ยงบริเวณแผล
2. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
– รับประทานยาปฏิชีวนะและยาลดบวมตามคำสั่งแพทย์ให้ครบถ้วน
– หากเกิดอาการแพ้ยา เช่น ผื่นคันหรือหายใจลำบาก ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที
3. หลีกเลี่ยงอาหารที่ส่งผลต่อการฟื้นตัว
– งดอาหารหมักดอง เช่น ปลาร้า ปูเค็ม หรือกิมจิ
– หลีกเลี่ยงอาหารทะเล หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว เพื่อป้องกันการบวมบริเวณแผล
4. การประคบแผล
– 7 วันแรก : ประคบเย็นบริเวณหน้าผาก ข้างแก้ม และรอบดั้งจมูกเพื่อลดบวม
– หลังจากนั้น : เปลี่ยนเป็นประคบร้อน หากยังมีอาการช้ำอยู่
5. การนอน
– ใช้หมอนหนุนให้ศีรษะสูงกว่าระดับหัวใจอย่างน้อย 30 องศา
– หากมีหมอนรองคอจะช่วยให้นอนสบายและลดการเคลื่อนไหวของใบหน้า
6. เลือดซึมหลังผ่าตัด
– เลือดซึมเล็กน้อยในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกเป็นเรื่องปกติ
– หากเลือดไหลมากผิดปกติ ควรติดต่อคลินิกหรือโรงพยาบาลทันที
7. การดูแลแผล
– ใช้สำลีหรือคอตตอนบัดชุบน้ำเกลือทำความสะอาดแผลบริเวณจมูก วันละ 2 ครั้ง (เช้า-เย็น)
– หลีกเลี่ยงการโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม
8. หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก
– งดออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก เช่น วิ่ง ยกน้ำหนัก หรือว่ายน้ำ ในช่วง 1 เดือน
– หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกจมูก เช่น การเล่นกีฬา
9. งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
– หลีกเลี่ยงบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 1 เดือน เพราะจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของแผล
10. เลี่ยงการขยับใบหน้ามากเกินไป
– งดก้มหน้าต่ำ เม้มปาก ขยับจมูก หรือขมวดคิ้วในช่วง 3 เดือนแรก
11. การบวมช้ำ
– อาการบวมและช้ำสามารถเกิดขึ้นได้ในสัปดาห์แรก
– อาการบวมจะเริ่มลดลงใน 2 สัปดาห์ และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนใน 3 เดือน
หมายเหตุ:
– หากพบอาการผิดปกติ เช่น หนองบริเวณแผล มีไข้ หรือปวดรุนแรง ควรติดต่อแพทย์ทันที
– หมั่นติดตามนัดตรวจตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย!