ปลูกผมเทคนิค FUE : คืนความมั่นใจ ไร้รอยแผลเป็นยาว (ถาวร)
หากคุณกำลังกังวลเรื่องปัญหาศีรษะล้านหรือผมบาง การปลูกผมเทคนิค FUE (Follicular Unit Excision)
คือคำตอบทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจาก ISHRS
FUE คืออะไร?
คือการปลูกผมแบบ “ย้ายราก” โดยแพทย์จะเจาะเอาเซลล์รากผมทีละกราฟต์ (ขนาดเล็กเพียง 0.8-1 มม.) จากบริเวณท้ายทอย ซึ่งเป็นส่วนที่เส้นผมแข็งแรงและไม่ได้รับผลกระทบจากฮอร์โมนการหลุดร่วง (DHT) นำมาจัดเรียงและปลูกใหม่ในบริเวณที่ต้องการ
ปลูกผม FUE หรือ Follicular Unit Excision คือ 1 ใน 2 วิธีการปลูกผมที่สมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ (ISHRS) บัญญัติเอาไว้ โดยเป็นวิธีการที่เราจะทำการเจาะเอารากผมจาก Donor area ที่อยู่บริเวณด้านหลังหรือด้านข้างศีรษะ ซึ่งเป็นบริเวณของผมถาวรที่ไม่ได้รับหรือได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT น้อย อันเป็นฮอร์โมนต้นเหตุที่ทำให้เกิดภาวะผมร่วงผมบางตามกรรมพันธุ์น้อยกว่าบริเวณอื่นๆ นั่นเอง
ข้อดี ข้อจำกัด ของการปลูกผม FUE
ก่อนตัดสินใจเลือกวิธีการปลูกผม FUE ผู้ที่สนใจควรทำความเข้าใจถึงข้อดีและข้อจำกัดของวิธีการนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
ข้อดีของการปลูกผม FUE
- แผลเล็ก ทั้งหัวเจาะและ Implanter pen มีขนาดเล็กกว่า 1 มม. ทำให้แผลที่เกิดขึ้นมีขนาดที่เล็กมากๆ จนถ้าหากไม่สังเกตใกล้ๆ ก็อาจจะไม่เห็นแผลเลยด้วยซ้ำ
- ระยะพักฟื้นสั้น ด้วยแผลที่มีขนาดเล็กมากๆ ทำให้หลังการปลูกผม คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำได้ทันทีโดยไม่ต้องนอนพักฟื้นที่บ้านหรือคลินิกเลย
- เจ็บน้อย จากประสบการณ์ของคนไข้ที่เข้ารับการปลูกผมที่คลินิก ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเจ็บน้อยมาก อีกทั้งแผลตรงบริเวณ Donor area ที่เจาะเอากราฟท์ผมออกมา ยังสามารถนอนทับได้และสระผมได้ตามปกติทุกวันอีกด้วย
- เสียเลือดน้อย หากเทียบกันกับวิธีแบบ FUT ที่จะต้องมีการตัดเอาหนังศีรษะของคนไข้ออกมา 15-20 ซม. แล้ว วิธี FUE ถือว่าเสียเลือดน้อยกว่ามากๆ เพราะแผลมีขนาดที่เล็กกว่า ทำให้ร่างกายสามารถสมานแผลได้อย่างรวดเร็วกว่าหลายเท่าตัว
ข้อจำกัดของการปลูกผม FUE
- ใช้เวลานาน การเก็บรากผมทีละกราฟท์ทำให้ใช้เวลามากกว่าการปลูกผมแบบ FUT
- ความเสี่ยงของการสูญเสียรากผม หากไม่ได้ทำโดยแพทย์ รากผมที่เก็บมาอาจเสียหายได้
ขั้นตอนการปลูกผม FUE
หลังจากเข้าพบคุณหมอเพื่อประเมินจำนวนกราฟท์ผมที่ต้องการปลูกกันแน่นอนแล้ว ขั้นตอนในการปลูกผมแบบ FUE จะดำเนินการ ดังนี้

1. ออกแบบแนวผมโดยแพทย์
แพทย์ทำการออกแบบแนวไรผมให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ตามความต้องการของคนไข้ จากนั้นทำการโกนผมที่บริเวณด้านหลัง ขนาดประมาณ 1 ฝ่ามือของคนไข้ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเจาะเอากราฟท์ผมออกมา

2. เจาะกราฟท์ผม
หลังจากฉีดยาชาเรียบร้อย แพทย์จะเจาะกราฟท์ผม ด้วยเครื่องเจาะที่มีหัวเจาะขนาดเล็กกว่า 1 มม. ของ WAW FUE SYSTEM รุ่นไฮบริด ที่รอยแผลเจาะมีขนาดที่เล็ก สมานตัวได้ไว และเสียเลือดน้อยกว่าวิธีอื่น ยังสามารถกำหนดทิศทางการเจาะได้ตามทิศทางของเส้นผมคนไข้

3. คัดแยกรากผมที่มีความแข็งแรง
รากผมที่เจาะออกมาจะถูกคัดแยกและจัดกลุ่มให้เหมาะสม โดยแยกตามจำนวนเส้นผม 1 เส้น 2 เส้น และ 3 เส้น เป็นต้น ก่อนจะนำไปแช่ในน้ำยาแช่กราฟท์ที่ดีที่สุดเพื่อเตรียมสำหรับขั้นตอนการปลูกผมต่อไป

4. ขั้นตอนการปลูกผม
ในขั้นตอนของการปลูกผม คุณหมอจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Implanter pen ปลูกให้กับคนไข้ทุกเคสแทนการใช้คีมปลายแหลมแบบเก่า โดยข้อดีของการใช้ Implanter pen นั้น จะช่วยลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อโดยรอบรากผมลงได้ ทำให้อัตรารอดของกราฟท์ผมสูงกว่า 95%
ขั้นตอนการปลูกผม FUE
การปลูกผมแบบ FUE เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่การฟื้นตัวและการงอกใหม่ของเส้นผมต้องใช้เวลา โดยทั่วไปจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เดือนแรกจนถึงเดือนที่ 12 ซึ่งเป็นช่วงที่ได้ผลลัพธ์สมบูรณ์ มาดูกันว่าหลังปลูกผมไปแล้วจะมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง


หลังปลูกผมทันที
วันที่ 1-2 อาจมีอาการตึงบริเวณศีรษะ

14 วัน หลังปลูกผม
วันที่ 14 สะเก็ดแผลหลุด รากผมฝังตัวแล้ว


หลังปลูกผมทันที
วันที่ 1-2 อาจมีอาการตึงบริเวณศีรษะ

14 วัน หลังปลูกผม
วันที่ 14 สะเก็ดแผลหลุด รากผมฝังตัวแล้ว
การดูแลก่อน หลัง การปลูกผม FUE
ก่อนการปลูกผม FUE
- พักผ่อนให้เพียงพอและทานอาหารได้ตามปกติ
- งดการใช้ยาที่อาจทำให้เลือดออกง่ายก่อนการปลูกผม FUE 2 สัปดาห์ เช่น แอสไพริน หรือวิตามินอี
- สวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย แนะนำให้สวมเสื้อสีเข้มที่มีกระดุมหน้า
หลังการปลูกผม FUE
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ปลูกผมในช่วง 2 สัปดาห์แรก
- ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ยกเว้นการว่ายน้ำและซาวน่าให้งดไปก่อน 2 เดือน
- หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดเป็นเวลานานในช่วง 3 เดือนแรก
ข้อแนะนำการเลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย ?
1.เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาติถูกต้องและดำเนินงานโดยแพทย์เท่านั้น
2.แพทย์ต้องมีประสบการณ์ สามาถตรวจสอบในเว็บไซต์ของแพทยสภาได้ https://checkmd.tmc.or.th/
3.ต้องใช้โบท็อกแท้เท่านั้น การฉีดโบท็อกปลอมเป็นอันตราย ควรศึกษาวิธีดูโบท็อกแท้เบื้องต้นไว้เพื่อความมั่นใจ
รีวิวปลูกผม



