fbpx

Beyond Beauty Clinic

การเสริมจมูก

การมีจมูกที่ดูสวยสอดรับกับใบหน้า ช่วยเสริมเสน่ห์และเพิ่มความมั่นใจให้เราได้เป็นอย่างดี ใครหลายคนให้ความนิยม และสนใจอย่างมากในประเทศไทย เพราะสามารถเปลี่ยนแปลงโครงหน้าเดิมให้ดูโดดเด่นขึ้นได้

เสริมจมูก คืออะไร

การเสริมจมูก (Rhinoplasty) คือการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งรูปทรงจมูกให้มีความโด่งขึ้น สวยงามเด่นชัด ด้วยการเสริมวัสดุที่เหมาะสม เช่น ซิลิโคน (Silicone), กอร์เท็กซ์ (Gore-tex) รวมถึงกระดูกอ่อน ซึ่งถือว่าเป็นที่นิยมอย่างมากในวงการเสริมความงาม นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแก้ไขทรงจมูกที่ผิดรูป, จมูกไม่ได้สัดส่วน, และแก้ไขโครงสร้างจมูกจากอุบัติเหตุ หรือความบกพร่องตั้งแต่กำเนิด

1.เสริมจมูกโดยซิลิโคน
เป็นเทคนิคที่ใช้วัสดุทางการแพทย์ โดยศัลยแพทย์จะเป็นผู้เลือกให้เหมาะสมกับคนไข้ หลังจากนั้นจะทำการปรับแต่งแก้ไขรูปจมูกให้ดูโด่งมีมิติ เป็นธรรมชาติ

2.เสริมจมูกโดยใช้กระดูกอ่อน
เป็นเทคนิคพิเศษที่ศัลยแพทย์จะนำกระดูกบริเวณหลังใบหู แทนการใช้วัสดุทางการแพทย์ มาช่วยปรับแต่งให้ดั้งดูโด่ง สวยแบบมีมิติ สมดุลกับใบหน้า

3.เสริมจมูกโดยใช้เนื้อเยื่อเทียม
เป็นเทคนิคเฉพาะที่ศัลยแพทย์จะนำเนื้อเยื่อเทียม ซึ่งเป็นวัสดุที่สังเคราะห์ได้จากคอลลาเจน มาปรับแต่งแทนการใช้วัสดุทางการแพทย์ เพื่อให้ดั้งโด่งขึ้น ดูสวยเป็นธรรมชาติ

4.เสริมจมูกโดยใช้เทคนิคแบบโอเพ่น
เป็นเทคนิคเฉพาะที่ศัลยแพทย์ปรับแต่งแก้ไขทรงเดิมให้ดูเนียนสวย ภายใต้โครงสร้างใหม่

ทรงจมูกสวยๆ ธรรมชาติ เป็นที่นิยม

1.ทรงจมูกเกาหลี
2.ทรงจมูกสายฝอ
3.ทรงจมูกสโลปปลายพุ่ง
4.จมูกทรงบาร์บี้ไลน์
5.จมูกทรงหยดน้ำ
6.ทรงจมูกปลายเชิด
7.จมูกทรงตั๊กแตน

ผู้ที่เหมาะสำหรับการเสริมจมูก

1.ผู้ชาย และผู้หญิงควรมีอายุตั้งแต่ 18 – 20 ปีบริบูรณ์ เนื่องจากโครงสร้างใบหน้ากับจมูกจะเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว
2.ต้องไม่ได้อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
3.ต้องไม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ
4.ต้องไม่ใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของลิ่มเลือด หรือมีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน รวมไปถึงหลอดเลือดมีอาการผิดปกติ เช่น เส้นเลือดตีบ เพราะอาจส่งผลกระทบกับคนไข้ได้ในภายหลัง
5.ผู้ที่เป็นหวัด หรือมีแผลติดเชื้อ อาจต้องรักษาให้หายเป็นปกติก่อนจึงจะสามารถเสริมจมูกได้

เทคนิคเสริมจมูกมีกี่แบบ

1.การเสริมแบบเปิด (Open Rhinoplasty) หรือที่เรียกว่าเสริมจมูกแบบโอเพ่น ศัลยแพทย์จะสามารถเห็นโครงสร้างภายในจมูกได้ทั้งหมด จึงทำให้ปรับแต่งโครงสร้างเดิมที่ปัญหา ก่อนเสริมจมูกใหม่ เป็นการเสริมโดยใช้ซิลิโคนในการปรับโครงสร้าง พร้อมรองปลายจมูก เพื่อป้องกันการทะลุ โดยเทคนิคนี้จะเหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหา จมูกคดเบี้ยว, มีฮัมพ์จมูกเยอะ, จมูกสั้น, หรือจมูกผิดรูปจากอุบัติเหตุ และตั้งแต่กำเนิด

2.เสริมจมูกเเบบปิด
การเสริมจมูกแบบปิด (Closed Endonasal Rhinoplasty) หรือที่เรียกว่าเสริมจมูกซิลิโคน ศัลยแพทย์จะใช้เทคนิคการเปิดแผลบริเวณขอบรูจมูกฝั่งใดฝั่งหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง เพื่อใส่แท่งซิลิโคนเข้าไปตามรอบแผลผ่าตัดพร้อมกับตกแต่งโครงสร้างภายใน และปลายจมูก เป็นเทคนิคที่เหมาะกับคนไข้ที่โครงสร้างจมูกเดิมไม่มีปัญหามากเท่าไหร่ แต่ถ้ากังวลว่าซิลิโคนจะทะลุ ก็สามารถรองปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหูได้ เพื่อเพิ่มความทนทานการเสียดสี

เสริมจมูก อันตรายไหม

การเสริมจมูกเป็นหนึ่งในหัตถการที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง รวมถึงผลข้างเคียงแทรกซ้อนที่อาจเกิด ขึ้นอยู่ว่าจะมากหรือน้อยแค่ไหน ควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ความชำนาญ สามารถประเมิน และออกแบบให้เข้ากับใบหน้าของคนไข้ได้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ ตรงความต้องการของคนไข้

เลือกทรงจมูกอย่างไร ให้เหมาะกับใบหน้า

1.ทรงจมูกต้องเข้ากับหน้าผาก หน้าผากสูงจะสามารถเสริมซิลิโคนสูงได้ ทำให้ดูไม่หลอกตา
2.ทรงจมูกต้องเหมาะกับโครงหน้าด้านกว้าง คนที่โหนกแก้มใหญ่ อาจไม่เหมาะกับการเสริมซิลิโคนบริเวณกลางจมูกให้สูงมาก จะทำให้ไม่เข้ากับความกว้างของใบหน้า
3.ทรงจมูกต้องพอดีกับความยาวของใบหน้า สังเกตจากการแบ่งเป็น 3 ส่วน เพราะมีความยาวที่สมดุลกัน 1.ไรผม – สันจมูก 2.สันจมูก – ปลายจมูก 3.ปลายจมูก – คาง

วัสดุที่ใช้ในการศัลยกรรมจมูก

1. ซิลิโคน
การเสริมจมูกแบบที่นำซิลิโคนมาใช้ จะทำให้ได้รูปทรงที่คงที่แน่นอน สามารถปรับให้เข้ากับรูปทรงจมูกต่าง ๆ ได้ทุกรูปแบบ และใช้เวลาพักฟื้นน้อย ราคาสามารถจับต้องได้ โดยแบ่งซิลิโคนไว้ 2 ประเภทได้แก่
1.1 ซิลิโคนแบบสำเร็จรูป
เป็นซิลิโคนที่ขึ้นเป็นทรงมาให้แล้ว ทำให้มีโอกาสเบี้ยว หรือเอียงน้อยลงbเช่น ซิลิโคนแมนทิส (Mantis Silicone), ซิลิโคนบาร์บี้ (Barbie Silicone), ซิลิโคนจมูกอเมริกา (USA Silicone), ซิลิโคนจมูกเกาหลี (Korea Siliocone) เป็นต้น
1.2 ซิลิโคนแบบเหลาเอง
ซิลิโคนแบบเหลาเองจะมีลักษณะเป็นแท่ง หรือบล็อกสี่เหลี่ยม โดยแพทย์จะเป็นผู้ดีไซน์ และเหลาทรงให้เหมาะสมกับรูปทรงจมูกของคนไข้ ต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์ความชำนาญ รวมถึงต้องมีความแม่นยำสูง เนื่องจากตัวซิลิโคนจะมีลักษณะเรียบลื่น ไม่เป็นขุ่ย และยังสามารถแบ่งย่อยได้อีก 4 ชนิด 1.แข็ง 2.แข็งปานกลาง 3.นุ่ม 4.นุ่มมาก

2. กระดูกอ่อน
การเสริมจมูกโดยใช้กระดูกอ่อน สามารถช่วยลดความเสี่ยงบริเวณปลายจมูกไม่ให้ทะลุได้ในระยะยาว เพราะเพิ่มความหนาของผิวหนังบริเวณปลายจมูกไว้ แถมยังป้องกันไม่ให้ซิลิโคนไม่กระทบกับผิวหนังโดยตรง จึงช่วยลดการเสียดสี และส่งเสริมให้จมูกดูมีความธรรมชาติอีกด้วย ซึ่งกระดูกอ่อนที่ได้รับความนิยมมีอยู่ด้วย 3 ตำแหน่ง
2.1 กระดูกอ่อนหลังใบหู
เป็นตำแหน่งที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะกระดูกอ่อนมีลักษณะโค้งงอเล็กน้อย หลังจากนำกระดูกอ่อนออกมา จะไม่ทำให้ใบหูดูผิดปกติ
2.2 กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก (Septum)
เป็นเทคนิคการผ่าตัดแบบเปิดยืดผนังกั้นจมูก และนำกระดูกอ่อนที่อยู่บริเวณกึ่งกลางรูจมูกออกมาใช้บางส่วน เพื่อปรับตำแหน่งรูปทรงจมูก พร้อมเสริมให้ดูยาวขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้ปลายจมูกดูพุ่งกว่าเดิม ไม่มีแผลแบบการเสริมด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหู

2.3 กระดูกอ่อนซี่โครง
การเสริมด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง แพทย์จะต้องผ่าตัดเพิ่มเติม เพื่อนำกระดูกอ่อนซี่โครงขนาด 2 – 5 เซนติเมตร ออกมาจำนวน 1 – 2 ซี่ โดยอาจทำให้มีแผลบริเวณใต้ราวนม รวมถึงใช้เวลาในการผ่าตัดนาน มีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่จะได้จมูกที่สวยธรรมชาติแบบถาวร อย่างไรก็ตามวิธีนี้ต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญสูงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

การเตรียมตัวก่อนทำจมูก

1.แจ้งรายละเอียดข้อมูลสุขภาพให้ครบถ้วน หากมีโรคประจำตัว หรือยาที่รับประทานเป็นประจำ เนื่องจากแพทย์จะได้ตรวจสอบว่ามีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน
2.หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริม สมุนไพร และวิตามินทุกชนิดก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะอาจส่งผลกับการไหลเวียดเลือด
3.งดการสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 เดือน เพื่อป้องกันภาวะเนื้อเยื่อขาดเลือดมาเลี้ยง
งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 – 4 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้เลือดสูบฉีดเพิ่มมากขึ้น
4.หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทะเล, ของหมักดอง เพราะจะส่งผลทำให้แผลบริเวณที่ผ่าตัดเสริมจมูกอักเสบได้
5.งดน้ำ และอาหารอย่างน้อย 1 วัน ในกรณีที่เป็นการผ่าตัดเสริมจมูกแบบเปิด เนื่องจากจะมีการวางยาสลบ

ขั้นตอนการเสริมจมูก

1.อาจมีการใช้ยาชา หรือวางยาสลบ ขึ้นอยู่กับปัญหาความซับซ้อนในการผ่าตัดหากเป็นการผ่าตัดด้วยเทคนิคแบบเปิด วิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้วางยาสลบให้แก่คนไข้ แต่ถ้าเปิดการผ่าตัดแบบปิดจะเป็นการฉีดยาชาเฉพาะจุด แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาในเรื่องนี้
2.สำหรับการผ่าตัดแพทย์จะเลือกใช้เทคนิคตามความเหมาะสมของแต่ละเคส เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด การปรับโครงสร้างจมูก การเหลาซิลิโคน การกรีดเปิดแผล หรือตกแต่งรูปทรงจมูก ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง
3.หลังผ่าตัดเสร็จแล้ว แพทย์จะทำการเย็บปิดแผล หรือบางกรณีที่ต้องเข้าเฝือกบริเวณจมูก และใช้เวลาในการพักฟื้นประมาณ 5 – 7 วัน ก่อนแพทย์จะนัดเข้ามาติดตามผล และตัดไหม

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเสริมจมูก

1.ประคบเย็นด้วยผ้าเย็น หรือคลูแพ็คบริเวณหน้า โดยหลีกเลี่ยงการโดนแผลผ่าตัด จะช่วยทำให้เลือดหยุดไหล และลดอาการบวมลงได้
2.หากแผลผ่าตัดเริ่มปิดสนิท แพทย์จะแนะนำให้เปลี่ยนมาเป็นการประคบอุ่น เพื่อช่วยลดรอยเขียวช้ำได้
3.หลีกเลี่ยงการ แคะ, แกะ, เกา, สัมผัส, ขยี้บริเวณแผลผ่าตัดเป็นอันขาด เนื่องจากอาจทำให้แผลฉีกขาดได้
4.ให้นอนโดยใช้หมอนรองคอ เนื่องจากต้องการให้ศีรษะสูงกว่าลำตัว เพื่อป้องกันภาวะเลือดคั่งในโพรงจมูก และหลีกเลี่ยงการพลิกตัวนอนคว่ำ
5.ช่วง 1 สัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองปกคลุมหนาแน่น เพื่อป้องกันอาการไอจาม
6.ให้รับประทานอาหารอ่อน งดการทานอาหารแข็ง และเหนียว เพื่อหลีกเลี่ยงการขยับใบหน้าบ่อย ๆ
7.งดการล้างหน้า หรือห้ามให้แผลผ่าตัดโดนน้ำเด็ดขาดอย่างน้อย 3 วัน เนื่องจากความอับชื้นจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย
8.หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทหมักดอง อาหารทะเล หรืออาหารรสจัด เนื่องจากจะทำให้แผลอักเสบ และหายช้าลง
9.งดการสูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 1 เดือน เพราะมีสารบางชนิดส่งผลทำให้แผลสมานตัวได้ช้า
10.หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย เช่นการวิ่ง, ว่ายน้ำ, ยกของหนัก หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมถึงมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากอาจทำให้จมูกที่ยังไม่เข้าที่ผิดรูปได้
11.หากพบว่ามีอาการผิดปกติ ให้รีบเข้ามาพบแพทย์ทันที

Q&A

Q : เสริมจมูกแพงไหม
A : การศัลยกรรมสามารถทำได้หลายวิธี การเสริมจมูกด้วยวัสดุต่าง ๆ  ซึ่งแต่ละเทคนิคก็มีรายละเอียดแตกต่างกัน ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หมายความว่าราคาที่ต้องจ่ายขึ้นอยู่กับว่าคนไข้เลือกแบบใด

Q : เสริมจมูกอยู่ได้นานแค่ไหน
A : จริง ๆ แล้วการเสริมจมูกเพียงครั้งเดียวก็สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของคนไข้เป็นหลัก ว่ามีการปฏิบัติตัวที่ส่งผลดีหรือผลเสียมากกว่ากัน เพียงแต่จะมีผลกระทบอะไรไหมที่ทำให้ต้องแก้จมูก เช่น จมูกทะลุ ซิลิโคนเบี้ยวเอียง รูจมูกไม่เท่ากัน นั้นคือสาเหตุที่ทำให้ต้องแก้ใหม่

Q : เสริมจมูกตัดไหมเจ็บไหม
A : ความเป็นจริงก็ขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละคน เพราะความเจ็บแต่ละคนไม่เท่ากัน บางกรณีบอกเจ็บมาก ๆ แต่บางคนก็บอกไม่เจ็บเลย แนะนำหากทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือ ไม่ให้เลือดเกาะที่ไหมก็อาจจะช่วยลดอาการเจ็บปวดเวลาตัดไหมได้

Q : เสริมจมูกแล้วจะมีปัญหาบ้างไหม
A : ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของแต่ละบุคคล ถ้าถามว่ามีผลข้างเคียงไหมแน่นอนว่ามี เช่น ใต้ตามีอาการบวม ช้ำเขียว อาจรู้สึกอึดอัดจมูก หรือตึงบริเวณแผลผ่าตัด ซึ่งอาการดังกล่าวจะค่อย ๆ ดีขึ้นไปตามลำดับ แต่หากเสริมจมูกมาแล้วมีความผิดปกติ ต้องอยู่ที่ปัจจัยการเลือกคลินิก และแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด

Q : ทำจมูกแบบไหนปลอดภัยที่สุด
A : ต้องบอกว่าทุกหัตถการย่อมมีความเสี่ยง และผลข้างเคียงแทรกซ้อนตามมาหลังผ่าตัด ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ คลินิกได้รับมาตรฐานไหม แพทย์มีประสบการณ์ในการผ่าตัดหรือเปล่า อุปกรณ์เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ทุกสิ่งล้วนเป็นความปลอดภัยทั้งสิ้น

Q : เสริมจมูกควรหลีกเลี่ยงการกินอะไรบ้าง
A : ควรหลีกเลี่ยงหลังจากทำจมูก คือ อาหารรสจัด เค็มจัด, เปรี้ยวจัด, เผ็ดจัด, หวานจัด แล้วก็ยังมีประเภทโซเดียมสูงอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของหมักดอง อาหารทะเลที่ทำให้แผลอักเสบ ล้วนเป็นของกินที่คนไข้ควรหลีกเลี่ยงจนกว่าแผลจะหายสนิท

Scroll to Top